ลืมรหัสผ่าน

*

หมวดหมู่บทความ

 

การดูแลไต ในผู้สูงอายุ

การดูแลไต ในผู้สูงอายุ

 

      ไตเป็นอวัยวะมหัศจรรย์อันหนึ่งของมนุษย์ที่มีหน้าทีในการผลิตปัสสาวะ และขับของเสียออกจากร่างกาย ไม่ให้ของเสียเหล่านั้นสะสมอยู่ในอวัยวะต่างๆ  โดยจะมีหน่วยไตเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่จะเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกรองนับล้านตัวอยู่ในไตแต่ละข้าง

       เมื่อเวลาผ่านไปตามเวลามนุษย์เรามีอายุเพิ่มขึ้นตัวกรองเหล่านั้นจะค่อยๆ เสื่อมลงเหมือนการอุดตันในตัวกรอง โดยเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ ปรากฏการณ์การเสื่อมของหน่วยไตเล็กๆ เหล่านี้แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมในผู้สูงอายุที่ต้องตื่นขึ้นมากลางคืน เพื่อลุกขึ้นมาปัสสาวะบ่อยกว่าตอนหนุ่มสาว อธิบายเปรียบเทียบได้ว่าในตอนที่ไตยังสภาพดีจะมีแรงขับน้ำออกจากร่างกายได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ในท่าใดๆ นั่ง นอน หรือในท่ายืน เมื่อไตเสื่อมหน้าที่ลง แรงขัยน้ำย่อมลดลงไปด้วย ดังนั้นในขณะที่เรานั่ง หรือยืน น้ำในร่างกายจะถูกแรงดึงดูดของโลกให้มาสะสมอยู่ในส่วนล่างของร่างกาย และไตไม่มีแรงขับมากพอจะขับน้ำส่วนนั้นทิ้งไปเป็นปัสสาวะได้ ขาและเท้าของผู้สูงอายุจึงเกิดอาการบวมได้ง่าย เมื่อเวลานั่ง หรือ ยืน นานๆ ในตอนกลางวัน แต่เมื่อล้มตัวลงนอน แรงดึงดูดโลกเท่ากันทุกส่วนของร่างกายเลือดจะไหลเวียนมาที่ไตมากขึ้น ไตจะพยายามทำหน้าที่เต็มที่ในการขับน้ำส่วนเกินนั้นทิ้งไป ผู้สูงอายุจึงต้องตื่นบ่อยๆขึ้นหรือมีจำนวนปัสสาวะมากขึ้นในตอนกลางคืน และเท่าก็จะยุบบวมได้ในตอนเช้า

      เหตุการณ์เหล่านี้เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ร่างกายต้องมีการเสื่อมสภาพไปในที่สุด แต่สิ่งที่เราจะต้องถามตนเอง ก็คือทำอย่างๆไร ไม่ให้ไตเสื่อมสภาพเร็วไปกว่าที่ควรจะเป็น

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคไตเรื้อรังในผู้สูงอายุ

      นอกเหนือไปจากโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการทำงานของไตได้

ความดันเลือดต่ำผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของความดันเลือดได้โดยง่าย โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่มีโรงเรื้อรัง เช่น ความดันเลือดสูงอย่างที่ทราบกันว่าเกลือจากอาหารเป็นปัจจัยที่ทำให้ความดันเลือดสูงง่าย ผู้สูงอายุจึงมักจะได้รับยาขับปัสสาวะในขนาดน้อยๆ หากวันใดผู้ป่วยเกิดได้รับอาหารน้อย เช่น มีอาการคลื่นไส้ ถ่ายเหลว รับประทานไม่ได้ ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงต่อความดันเลือดต่ำได้ง่าย. เวลาเปลี่ยนท่าทางจึงมีอาการมึนงง หรือหน้ามืดง่ายเสี่ยงต่อการหกล้มกระดูกหักมากขึ้น นอกจากนี้การที่มีความดันต่ำส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงที่ไตน้อยลง

               
      ดังนั้นหากผู้สูงอายุเน้นการออกกำลังให้ถูกวิธี และรับประทานอาหารที่เค็มน้อย จะช่วยลดการใช้ยา และลดความเสี่ยงต่อความดันเลือดต่ำได้

      โรคทางกระดูก และกล้ามเนื้อ เป็นปัญหาสำคัญเพราะผู้สูงอายุจะขาดการออกกำลังที่เหมาะสม โดยเข้าใจผิดว่า การเดินรอบบ้าน หรือการทำงานบ้านเป็นการออกกำลัง เมื่อขาดการออกกำลังที่ถูกต้องเป็นเวลานานผลที่ตามมาคือ กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เล็ก ลีบ ไม่แข็งแรง กระดูกบางลง ทำให้การทรงตัวไม่ดี เมื่อร่วมกับการมองที่ไม่ดีผู้สูงอายุจึงเกิดหกล้มง่าย และเกิดความพิการต่างๆ ตามมา เช่น กระดูกหัก และกระดูกคด ชักนำให้ผู้ป่วยมีการใช้ยาแก้ปวดมากขึ้น เร่งไตวายมากขึ้น

การป้องกันและการชะลอโรคไตเรื้อรัง

     การชะลอโรคไตเรื้อรังนั้นจะได้ผลหากควบคุมสาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังได้

     โรคเบาหวาน 

      น้ำตาลจากอาหารที่เป็นแป้ง  หรือ ขนมหวาน จะทำปฏิกิริยากับผนังหลอดเลือดในร่างกาย เช่นเดียวกับการที่เรานำเนื้อไก่คลุกกับน้ำตาลแล้วมาย่างไฟจะได้เนื้อไก่ที่มีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งสารเคมีที่เป็นสีน้ำตาลเข้มเหล่านั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผนังหลอดเลือดรวมทั้งในไตด้วย การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่เกิน110 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร จึงเป็นวิธีไม่ให้ไตวายจากเบาหวาน

     ความดันโลหิตสูง

     ยิ่งความดันสูงมากเท่าใด หลอดเลือดจะพยายามสร้างความหนาของผนังหลอดเลือดมากขึ้น ในที่สุดเกิดหลอดเลือดตีบตันตามมาโอกาสไตเสื่อมจะเป็นเร็วขึ้น ควรควบคุมให้ระดับความดันเลือดตัวบนอยู่ที่ 130 มิลลิเมตรปรอท ส่วนตัวล่างไม่เกิน 80 มิลลิเมตรปรอท

     การควบคุมระดับไขมันในเลือด

     ไขมันตัวร้ายหรือ แอล ดี แอล เป็นตัวทำให้หลอดเลือดแดงตีบตันได้ง่าย การควบคุมให้ไขมันตัวร้าย
อยู่ต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้

     โรคเกาท์ ผลึกเกาท์

     เป็นผลึกเล็กๆ เหมือนเข็มที่เกิดจากกรดยูริคมาจับตัวกัน หากผลึกดังกล่าวไปจับอยู่ในเนื้อไต และสะสมนานๆ ทำให้ไตวายเร็วขึ้น การควบคุมไม่ให้มีการเกิดโรคเกาท์อักเสบ ช่วยลดการเสื่อมของไตได้

     การติดเชื้อในทางปัสสาวะ

      ผู้สูงอายุจะมีปัญหาเรื่องการติดเชื้อที่ไตในผู้หญิง เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้นจะเกิดการติดเชื้อได้ง่ายหากชอบอั้นปัสสาวะ นอกจากนี้โอกาสที่ผู้สูงอายุหญิงจะเป็นมะเร็งของระบบสืบพันธุ์แล้วทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะก็อาจจะพบได้ ส่วนในผู้ชายสาเหตุมักจะมาจากต่อมลูกหมากโต ผู้สูงอายุจึงควรป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้แก่ การอั้นปัสสาวะ การดูแลความสะอาดของระบบปัสสาวะ การตรวจภายในประจำปี ส่วนในผู้ชายหากมีการติดเชื้อต้องได้รับการตรวจละเอียดเพื่อหาสาเหตุเสมอ

     การสูบบุหรี่ 

     นิโคตินและน้ำมันดิบที่พบในยาสูบมีผลต่อการแข็งตัวและการเสื่อมของผนังหลอดเลือดทำให้เกิดความดันโลหิตสูงและเกิดโรคไตเรื้อรังได้ จึงแนะนำให้ผู้ป่วยทุกรายควรงดสูบบุหรี่

     การใช้ยาสมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน

     ซึ่งยาเหล่านี้มีโอกาสปนเปื้อนโลหะหนักได้ง่าย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม หรือในบางครั้งมีการใช้สารหนูผสม เพื่อลดอาการปวดได้ โลหะหนักกลุ่มนี้มีผลต่อการทำลายเนื้อไตโดยตรง นอกจากนี้ผู้สูงอายุบางรายอาจจะมีความไวต่อสมุนไพร ทำให้เกิดเนื้อไตอักเสบ และไตวายในที่สุด ส่วนยาแก้ปวดกระดูก ผู้สูงอายุควรรับประทานเท่าที่จำเป็นเพราะยาแก้ปวดเหล่านี้มีผลต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไต หรืออาจทำให้เนื้อไตอักเสบได้

       การรับประทานอาหารให้ถูกต้อง

      จะเห็นได้ว่าโรคเรื้อรังต่างๆ จะมีสาเหตุหลักๆ ได้แก่ พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โรคของผู้สูงอายุเกิดได้จากสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก การแก้ไขจึงเน้นเรื่องของการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก

 

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในผู้สูงอายุ

     การเสื่อมสภาพตามอายุที่เกิดขึ้นในแต่ละอวัยวะจะส่งผลกระทบถึงกันและกันด้วยทางใดทางหนึ่ง การรู้จักและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยลดผลแทรกซ้อนได้

      การสูญเสียประสาทการรับรู้

      ได้แก่ การมองเห็นที่เกิดจากจอประสาทตาหรือแก้วตาเสื่อมมีตัวกระตุ้น เช่น แสงแดด และยาสเตียลอยด์ การได้ยิน เนื่องจากเส้นประสาทหูลดการรับเสียง โรคเบาหวาน หรือการได้ยาขับปัสสาวะขนาดสูง ๆ ต่อเนื่องเวลานานเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการได้รับเสียง การรับกลิ่น และการรับรส จากสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ฟันผุ ฟันปลอมที่ไม่ได้คุณภาพ น้ำลายน้อย .ทำให้ผู้สูงอายุเบื่ออาหารง่าย และขาดสารอาหารที่จำเป็นตามมา การสูญเสียประสาทการรับรู้ดังกล่าวส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ

     การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง

     ที่พบได้ เช่นการหายของแผลที่ช้า ผิวแห้ง เนื่องจากขาดความชุ่มชื้น ทำให้เกิดการอักเสบตามผิวหนัง หรือคันตามผิวหนังได้ง่าย

     การเปลี่ยนแปลงของระบบการหายใจ

     ผู้ป่วยสูงอายุมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อปอดอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุที่ขาดสารอาหาร และผู้ป่วยที่สำลักอาหารบ่อย ๆ

     การไหลเวียนเลือด

     เนื่องจากมีการเสื่อมของหลอดเลือดแดงตามอายุ  ทำให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็งและหนา ผู้ป่วยสูงอายุส่วนใหญ่จึงมีปัญหาเรื่องความดันเลือดสูง และควบคุมได้ยาก

     การเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินอาหาร

     ในผู้ป่วยสูงอายุส่วนใหญ่จะมีปัญหาของปริมาณน้ำลายที่ลดลงทำให้ขาดรสชาดในการรับประทางอาหาร เกิดแผลเรื้อรังในช่องปาก และเกิดฟันผุได้ง่ายกว่าคนอายุน้อย จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โอกาสที่ผู้ป่วยจะเกิดการขาดสารอาหารจึงพบได้มากขึ้นหากผู้ป่วยไม่เลือกรับประทางอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

     การเสื่อมของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

     ทำให้ขัดขวางการดำเนินชีวิตประจำวัน อาการปวดเรื้อรังอาจชักนำให้ผู้ป่วยต้องรับประทานยาแก้ปวด ซึ่งส่งผลต่อการเกิดไตวาย

     การเปลี่ยนแปลงของไต

     เกิดอาการปัสสาวะได้บ่อยตอนกลางคืน หรือบวมที่ขาสองข้างในเวลาที่ต้องยืนหรือนั่นนาน ๆ

                การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่การเป็นโรคอื่น ๆ ช่วยเร่งให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อมได้เร็วขึ้น การหลงลืม ในผู้สูงอายุการขาดสมาธิพบได้บ่อย ทำให้ผู้สูงอายุมักจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ได้อาการเหล่านี้ยังไม่ใช่โรคสมองเสื่อม อาการหลงลืมสั้น ๆ ทำให้การรักษาโรคต่าง ๆ ไม่เป็นผลเพราะโอกาสที่ผู้ป่วยจะลืมรับประทานยา หรือขาดยามีมากขึ้น หรือทำให้รับประทานยาเกินขนาด การทำสมาธิ การตั้งสติ ฝึกการใช้สมอง เช่น การคิดเลข การเล่นเกมส์ จะช่วยลดอาการหลงลืมได้บ้าง

     ขาดสารอาหาร

     หลักการรับประทานให้ถูกวิธีคือ รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ และได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ แต่สิ่งที่พบได้ในผู้สูงอายุ คือ รับประทานไม่ครบด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม เช่น ไม่รับประทานผัก เพราะไม่มีฟังจึงเกิดอาการท้องผูกง่ายจากขาดกากใยของอาหาร อาการเบื่ออาหารก็เป็นอาการของการขาดสารอาหารได้ หลายชนิด เช่น ขาดวิตามินบี ขาดธาตุสังกะสี ผลที่ตามมาคือ การแสวงหาอาหารเสริมมารับประทาน ซึ่งในโรคได การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องจะไปเร่งการเสื่อมของไตมากขึ้น

     เลือดจาง

     ผู้สูงอายุมีโรคเลือดจางได้จากหลายสาเหตุ นอกเหนือไปจากการเสื่อมของไขกระดูกแล้ว ในผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นโรคไดเรื้อรัง จะเกิดโรคเลือดจากได้ง่าย ซึ่งเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

ผู้สูงอายุควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารดังนี้การจำกัดเกลือ หรือน้ำปลาในอาหาร . เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุมีความดันโลหิตสูงจนควบคุมไม่ได้ หรือเพื่อลดอาการบวมและเพื่อลดการใช้ยาเกินความจำเป็น การเลี่ยงไขมันสัตว์ ปรับพฤติกรรม
ใช้น้ำมันรำข้าวแทนการใช้น้ำมันจากหมูลดการรับประทานเบเกอรี่ เพื่อลดระดับไขมันในเลือด ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแดงแข็ง การรับประทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น เนื้อปลา เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนัก ในการกำจัดเอาของเสียออก ขณะเดียวกันก็ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดไปด้วย เลี่ยงขนม ผลไม้ที่มีรสหวาน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน หรือลดการดื่มเบียร์ เครื่องใน เพื่อควบคุมอาการของเกาต์

                                    

 

 

 

สรุป

การดูแลรักษาไตในผู้ป่วยสูงอายุนอกเหนือไปจากการควบคุมโรคเรื้อรังเดิมให้ได้แล้ว การดูแลสุขภาพของอวัยวะส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหูตา สมอง กล้ามเนื้อ ย่อมช่วยชะลอการเสื่อมของไตได้ ในทางอ้อมการบริโภคอาหารเป็นปัจจัยหลัก การออกกำลังกาย การฝึกสมอง และ ฝึกสมาธิ ยังช่วยลดความพิการอื่น  ๆ ได้

อ้างอิงจาก พ.อ.นพ.อุปถัมภ์  ศุภสินธุ์  มูลนิธิส่งเสริมสุขภาพแห่งศูนย์แพทย์พัฒนา

TOP