ลืมรหัสผ่าน

*

หมวดหมู่บทความ

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

 

ส่วนประกอบ
1.Creatine Monohydrate

Creatine Monohydrate คืออะไร                
ครีเอทีน โมโนไฮเดรต (α-methyl guandino-acetic acid) เป็นสารอินทรีย์ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบพบมากในเซลล์กล้ามเนื้อ กระบวนการสังเคราะห์เกิดขึ้นที่ตับโดยสารตั้งต้นมาจากเมทไธโอนีน, ไกลซีน และอาร์จินีน นอกจากนี้มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์คือ thyroid hormone, growth hormone และ testosterone ในร่างกายจะพบครีเอทีนใน  กล้ามเนื้อ 95% ส่วนอีก 5 % พบที่สมอง ตับ ไต (1)

คุณประโยชน์ต่อร่างกาย
1.ให้พลังงานแก่ร่างกาย (1)
2. เสริมสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ (1)
3.รักษาโครงสร้างของเนื้อเยื่อในร่างกาย (1)
4.ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (1)
5.เสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ (8)
6.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (8)

ผลวิจัยทางคลินิก
ครีเอทีนเป็นสารที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อโดยจากการศึกษาประสิทธิภาพในการสร้างกล้ามเนื้อของครีเอทีนในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้อลีบ (atrophy) หลังจากได้รับครีเอทีนปริมาณ 1.5 ก./ วัน เป็นเวลา 1 ปี พบว่ากล้ามเนื้อ Type 2 muscle fiber มีขนาดเพิ่มขึ้นประมาณ 45% (2) และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงการวัดผลการประเมินของระบบประสาทและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อดีขึ้นจากการทดสอบในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กที่มีสุขภาพดี หลังจากได้รับประทานครีเอทีน 5-10 ก./ วัน (3, 4, 5) นอกจากนี้แล้วยังพบว่าการรับประทานครีเอทีนมีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย โดยให้กลุ่มทดสอบผู้ชายที่มีสุขภาพดีจำนวน 19 รายรับประททานครีเอทีน 12 สัปดาห์พบว่าความทนทานของกล้ามเนื้อขณะออกกำลังและมวลของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ส่วนการทดสอบในเพศหญิงช่วงอายุ 30-60 ปีพบว่ามีสมรรถภาพการออกกำลังเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับครีเอทีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายตามปกติ (6- 8)  

 

 

ภาพ: ขนาดของ muscle fiber Type I และ II ที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับครีเอทีน 5 ×5 ก./ วัน เป็นเวลา 11 วันควบคู่กับการออกกำลังกาย (บน) และความทนทานของกล้ามขณะออกกำลังที่เพิ่มขึ้นเปรียบเทียบกับยาหลอก (ซ้าย) (8)

กลไกการออกฤทธิ์
ครีเอทีนเป็นตัวให้พลังงานแก่ร่างกายโดยจะถูกเก็บอยู่ในรูป phosphocreatine (PC) ซึ่งเมื่อถูกสลายจะให้ฟอสเฟต การปล่อยฟอสเฟตนี้จะเข้ารวมกับ ADP (Adenosine Diphosphate)  ทำให้ได้ ATP (Adenosine triphosphate) ออกมาสำหรับใช้เป็นพลังงานของกล้ามเนื้อ ส่วนในกระบวนการสร้างโปรตีนครีเอทีนจะช่วยเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อและมวลร่างกายโดยเพิ่มส่วนของ fat free mass (FFM) คือส่วนประกอบของร่างกายที่ไม่ใช่ไขมัน (1)

ความปลอดภัย
การทดสอบทางคลินิกไม่พบว่าการรับประทานครีเอทีนส่งผลเสียต่อร่างกายโดยวัดค่าของโลหิต การทำงานของตับ และการขับออกทางไต (1)

วิธีบริโภค                
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายคือ 1-2 ก./ วัน สำหรับนักนักกีฬาที่ต้องใช้พลังงานมากหรือผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อปริมาณแนะนำคือ 20-30 ก./ วัน (9)  

ข้อแนะนำ                
ควรออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานอาหารเสริมครีเอทีนจะช่วยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดี

References
1. Adam, M.P. & Gayle, A.B. (2001). Clinical Pharmacology of the Dietary Supplement Creatine Monohydrate. Pharmacol Rev, 53, 161–176.
2.Sipila, I., Rapola, J., Simell, O., Vannas, A. (1981). Supplementary creatine as a treatment for gyrate atrophy of the choroid and retina. N Engl J Med, 304, 867–870.
3.Tarnopolsky, M. & Martin, J. (1999). Creatine monohydrate increases strength in patients with neuromuscular disease [see comments]. Neurology, 52, 854–857.
4.Felber, S., Skladal, D., Wyss, M., Kremser, C., Koller, A., Sperl, W. (2000). Oral creatine supplementation in Duchenne muscular dystrophy: A clinical and 31P magnetic resonance spectroscopy study. Neurol Res, 22, 145–150.
5.Tarnopolsky, M.  & Martin, J. (1999). Creatine monohydrate increases strength in patients with neuromuscular disease. Neurology, 52 (4), 854.
6.Tarnopolsky, M.A. & MacLennan, D.P. (2000). Creatine monohydrate supplementation enhances high-intensity exercise performance in males and females. International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism , 10 (4), 452-463.
7.Vandenberghe, K., Goris, M., Van Hecke, P., Van Leemputte, M., Vangerven, L., Hespel, P. (1997). Long-term creatine intake is beneficial to muscle performance during resistance training. J Appl Physiol, 83, 2055–2063.
8.Volek, J.S., Duncan, N.D., Mazzetti, S.A., Staron, R.S., Putukian, M., Gomez, A.L., et al. (1999). Performance and muscle fiber adaptations to creatine supplementation and heavy resistance training. Med Sci Sports Exerc, 31, 1147–1156.
9.Michelle, M.G., Kathy, A.B. (2011). Nutritional Sciences From Fundamentals to Food 2nd edition. 418.

คลิกสั่งซื้อ "ครีเอทีน / Creatine" ที่นี่

TOP