ลืมรหัสผ่าน

*

หมวดหมู่บทความ

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน
03/06/2557
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ?-glucan Plus

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน 

ส่วนประกอบที่สำคัญ

  1. β-glucan
  2. Vitamin C
  3. Acelora Cherry
  4. Co-enzyme Q 10
  5. Alpha Lipoic Acid
  6. β-glucan คืออะไร

                เบต้า-กลูแคน (β-glucan) คือน้ำตาลโพลีแซคคาไรด์ พบในผนังเซลล์ของยีสต์และเห็ด นอกจากนี้ β-glucan ยังพบได้ในข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งหลายงานวิจัยพบว่า 1,3: 1,6 β-glucan ที่สกัดจากผนังเซลล์ของยีสต์ Saccharomyces cerevisiae สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี

" Saccharomyces cerevisiae เป็นวัตถุดิบที่สุเพิร์บเลือกสรรมาเป็นส่วนประกอบ "

คุณประโยชน์ต่อร่างกาย

  1. เสริมระบบภูมิคุ้มกัน
  2. ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
  3. ต้านการอักเสบ
  4. เป็นสารเสริมฤทธิ์ (Adjuvant) เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  5. ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว

ผลวิจัยทางคลินิก

                การทดสอบประสิทธิภาพของ β-glucan จากยีสต์โดยให้กลุ่มทดสอบที่มีสุขภาพดีไม่มีประวัติเป็นโรครับประทาน β-glucan เป็นเวลา 26 สัปดาห์ พบว่าการติดเชื้อหรืออาการไข้หวัดพบน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ β-glucan  ส่วนในกลุ่มผู้ป่วยที่ทดสอบมีภาวะโลหิตเป็นพิษและอัตราการเสียชีวิตลดลงหลังจากได้รับ β-glucan ทางเส้นเลือด ขณะที่การทดสอบกับกลุ่มคนไข้ที่มีอาการบาดเจ็บ (trauma) หลังจากที่ได้รับ β-glucan ไป 3-5 วัน พบว่าระดับอิมมูโนโกลบูลินชนิด IgA ในน้ำลายเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีการเพิ่มขึ้นของระดับไซโตไคน์และ TNF-α ในเลือดของผู้ป่วยซึ่งเป็นโปรตีนที่มีความสำคัญในการเกิด Septic shock

 กลไกการออกฤทธิ์ของ β-glucan

                β-glucan จะจับกับตัวรับ (β-glucan receptor) ใน Epithelial cells ของ Peyer’s Patches ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ด้านบนของลำไล้เล็ก มีความสำคัญต่อการย่อยอาหารและการผลิตเม็ดเลือดขาว จากนั้นจะเกิดการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านการติดเชื้อของร่างกาย

ความปลอดภัย

           การทดสอบทางคลินิกไม่พบผลข้างเคียงต่อการทำงานของตับ ไต ระบบเลือด หรือการก่อมะเร็ง

วิธีบริโภค

  • ปริมาณสำหรับรับประทานที่มีรายงานทางการแพทย์คือ 100-300 มก.วัน

 

2. Vitamin C คืออะไร

                วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิค (L-Ascorbic acid) จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซีเป็นตัวร่วม (Cofactor) ในขบวนการต่างๆ ของร่างกาย 

คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

  1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โดยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว
  2. ป้องกันการติดเชื้อ
  3. ส่งเสริมการทำงานของแอนติบอดีในร่างกาย
  4. กระตุ้นการสร้างพรอสตาแกลนดิน ทำให้ลดการอักเสบในร่างกาย
  5. ยับยั้งเซลล์มะเร็ง

ผลวิจัยทางคลินิก

                วิตามินซี ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากสารอนุมูลอิสระและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาปฏิกิริยาของร่างกายหลังจากได้รับวิตามินซี ทางเส้นเลือดเมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงพบว่าการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลล์และการเปลี่ยนรูปร่างของเม็ดเลือดขาวในเลือดสูงขึ้น รวมทั้งกระตุ้นการทำงานของแมคโครฟาจในการกำจัดเชื้อโรค กลุ่มทดสอบที่ได้รับวิตามินซีมีภูมิคุ้นกันดีขึ้น วัดจากความสามารถของร่างกาย ในการต่อต้านเชื้อโรค การแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาวและช่วยป้องกันโรคหวัด ลดการติดเชื้อจากการรับประทานวิตามินซีในปริมาณ 1 กรัม/ วัน

กลไกการออกฤทธิ์

                วิตามินซีกระตุ้นการสร้าง PEG1 ที่สนับสนุนการสังเคราะห์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ เพิ่มการสร้างอิมมูโนโกลบูลิน IgA, IgM และ C3 complement ในระบบภูมิคุ้มกัน

วิธีบริโภค

  • ปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันคือ 60 มก./ วัน
  • ในผู้ที่สูบบุหรี่ปริมาณวิตามิน ซี ในร่างกายจะลดลงจึงควรได้รับเพิ่มอีก 35 มก./ วัน
  • กรณีที่ต้องการรับประทานเพื่อป้องกันโรคแนะนำที่ปริมาณ 500-2,000 มก./ วัน 

 

3. Acerola cherry คืออะไร

                อะเซโรล่าเชอรี่(Malpighia emarginata DC.) หรือ Barbados cherry เป็นพืชในตระกูล Malpighiaceae มีวิตามินซี สูงถึง 3.5 % (35 mg/ml) ซึ่งอะเซโรล่าเชอรี่ถูกนำใช้ในการช่วยป้องกันและบำบัดโรค

คุณประโยชน์ต่อร่างกาย

  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โดยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว
  3. ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย
  4. ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง

กลไกการออกฤทธิ์

                การศึกษากลไกการออกฤทธิ์ในหนูทดลองพบว่าอะเซโรล่า เชอรี่ลดกระบวนการสร้าง Nitric oxide (NO) และลดการแสดงออกของ inducible NO synthase โดยการยับยั้งสารพิษจากแบคทีเรียแกรมลบที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ รวมถึงกำจัดสารอนุมูลอิสระ Superoxide anion

ความปลอดภัย

                สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอรี่ไม่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย การทดสอบทางคลินิกไม่พบผลข้างเคียงต่อการทำงานของตับ ไต ระบบเลือด หรือก่อมะเร็ง

วิธีบริโภค

                ไม่มีกำหนดปริมาณในการรับประทาน ซึ่งใน 100 กรัมของผลอะเซโรล่า เชอรี่ให้ปริมาณวิตามิน ซี 1,677.6 มก.

 

4. Co-enzyme Q 10 คืออะไร

                โคเอนไซม์ คิวเท็น (Co-enzyme Q10), โคคิวเท็น (Co Q10) หรือ Ubiquinone เป็นสารคล้ายวิตามินละลายได้ในไขมัน  ซึ่งเป็นรูปแบบของโคเอนไซม์ คิวเท็น ที่พร้อมจะออกฤทธิ์ได้ทันที ( Reduced form) โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พบกระจายอยู่ในเซลล์ทั่วไป มีความสำคัญต่อกระบวนการขนส่งอิเล็กตรอนและการสร้างพลังงานในร่างกาย ( Adenosine triphosphate (ATP)) 

คุณประโยชน์ต่อร่างกาย

  1. กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  2. ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว
  3. ป้องกันการติดเชื้อ

 ผลวิจัยทางคลินิก

                การศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังพบว่าระดับอิมมูโนโกลบูลิน IgG เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับโคเอนไซม์ คิวเท็น 60 มก./ วัน เป็นเวลา 27-98 วัน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของระดับเม็ดเลือดขาว T-4 lymphocyte ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ที่ได้รับโคเอนไซม์ คิวเท็น 200 มก./ วัน มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อดีขึ้นในช่วงระยะเวลา 4-7 เดือนที่ทำการทดสอบ และระดับโคเอนไซม์ คิวเท็นในร่างกายที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับระดับของ NK cell ที่ทำหน้าที่กำจัดเซลล์มะเร็ง

กลไกการออกฤทธิ์

                โคเอนไซม์ คิวเท็น ทำหน้าที่ในการขนส่งอิเล็กตรอนในระหว่างกระบวนการ Oxidative phosphorylation ที่เกิดขึ้นในไมโทคอนเดรีย ป้องกันการเกิด Oxidative stress ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระและมีคุณสมบัติเป็น Membrane stabilizing

ความปลอดภัย

                การทดสอบทางคลินิกไม่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย การทดสอบทางคลินิกไม่พบผลข้างเคียงต่อการทำงานของตับ ไต ระบบเลือด หรือก่อมะเร็ง

วิธีบริโภค

                ปริมาณที่เหมาะสมคือ 30-300 มก./ วัน พบว่าการรับประทานพร้อมอาหารหรือร่วมกับวิตามินอีจะช่วยให้ดูดซึมได้ดีกว่า

ข้อควรระวัง         

  • ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยทางเดินน้ำดีอุดตันและผู้ป่วยที่ตับ ไตทำงานผิดปกติ
  • หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ควรระวังในการรับประทานเนื่องจากยังไม่มีการวิจัยที่ยืนยันความปลอดภัย

 

5. Alpha Lipoic Acid (ALA) คืออะไร

                ALA คือกรดอัลฟา-ไลโปอิก หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Thioctic acid สังเคราะห์จากตับ เป็นสารที่ร่างกายใช้ในการสร้างพลังงานและช่วยในขบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินอี วิตามินซี โคเอนไซม์ คิวเท็น

คุณประโยชน์ต่อร่างกาย

  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  2. ป้องกันการติดเชื้อ
  3. เพิ่มระดับภูมิต้านทานในร่างกาย
  4. ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส

 ผลวิจัยทางคลินิก

              การศึกษาประสิทธิภาพของ ALA ต่อการยับยั้งการติดเชื้อทั้งในหลอดทดลอง (in vitro) และในร่างกาย (in vivo) พบว่า ALA สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส (Antiretroviral agent) โดยผู้ป่วย HIV ที่ได้รับ ALA มีภาวะการติดเชื้อลดลงร่างกายมีภูมิต้านทานและยับยั้งการกระจายตัวของไวรัส HIV-1 นอกจากนี้มีผลต่อการเพิ่มระดับกลูตาไธโอนในร่างกายที่ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย

 กลไกการออกฤทธิ์

             ALA ยับยั้งการแสดงออกของ TNF-α ที่สร้างจาก Macrophage activate T-cell ซึ่งเป็นไซโตไคน์ที่ทำให้เกิดอาการเป็นไข้ การอักเสบและยับยั้งกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

ความปลอดภัย

                การทดสอบทางคลินิกไม่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย ไม่พบผลข้างเคียงต่อการทำงานของตับ ไต และระบบเลือด

วิธีบริโภค

  • ปริมาณที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 600 มก./ วัน

 

คลิกสั่งซื้อ "เบต้า กลูแคน พลัส / Beta Glucan Plus" ที่นี่

TOP